ความรู้เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสง

สมรรถนะและคุณสมบัติของฟิล์มติดกระจกจะขึ้นอยู่กับประเภทและคุณสมบัติของแต่ละชั้นที่ประกอบขึ้นเป็นฟิล์ม

มาตรฐานฟิล์มประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ฟิล์มกรองแสงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟิล์มประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในการทดสอบฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย โดยศูนย์วิจัยและปฏิบัติการทดสอบพลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลาก ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยมาตรฐานดังกล่าวจะใช้เกณฑ์การวัดค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อนจากแสงอาทิตย์ หรือ SHGC (Solar Heat Gain Coefficient) จะต้องมีค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.45

ส่วนประกอบของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1. ความสว่างของแสงมีสัดส่วน 44% 2. รังสีอินฟาเรด (รังสีใต้แดด) มีอยู่ 53% 3. รังสียูวี (รังสีเหนือม่วง,รังสีอุลตร้าไวโอเลต) มีอยู่ 3%

ประโยชน์ของการติดฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันความร้อนอาคาร - ช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกอาคาร ไม่เข้าผ่านเข้าภายในอาคารทางกระจก สร้างบรรยากาศเย็นสบาย - ช่วยลดแสงจ้าของแดด แสงสะท้อนจากภายในอาคาร - ช่วยป้องกันรังสี UV ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรงมะเร็งผิวหนังและทำร้ายเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคาร ป้องกันผิวหมองคล้ำและการเกิดฝ้าริ้วรอย - สร้างความเป็นส่วนตัว โดยไม่บดบังทัศนียภาพ - ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจก โดยฟิล์มจะยิดเกาะกระจกไม่ให้ร่วงกระจาย - สร้างความโดดเด่นทันสมัยให้แก่อาคารที่ติดฟิล์ม อาคารที่ติดฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันความร้อน จะมีความสวยงามโดดเด่นขึ้นมาจากเงางามของ- - ฟิล์มกรองแสงชนิดต่างๆ ซึ่งท่านสามารถเลือกสีของฟิล์ม เพื่อให้เหมาะกับอาคารหรือองค์กรของท่าน - ลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า เมื่อเราติดฟิล์มกระจกของตัวอาคารแล้ว ฟิล์มกันความร้อนจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนผ่านเข้าไป ช่วยให้เครื่อง - ปรับอากาศไม่ทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิที่ลดลงจากการติดฟิล์มความกันร้อนนั้น ทำให้ระบบปรับอากาศกินไฟน้อยลง สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าที่เกิดจากระบบปรับอากาศได้ 10-15%

ประเภทของฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกรองแสงแต่ละชนิดเป็นเทคนิคในการผลิตซึ่งแต่ละ ชนิดจะมีคุณสมบัติทางด้านอายุการใช้งานและราคาที่แตกต่างกัน แต่ในส่วนคุณสมบัติอื่น เช่น การลดความร้อนไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก

ฟิล์มกรองแสงลดความร้อน ผลิตจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์ที่มีคุณสมบัติเหนียว ใส เรียบ ยืดหยุ่นน้อย ไม่ดูดซับความชื้น มีความทนทานต่อสภาพอากาศทั้งสูงและต่ำได้เป็นอย่างดี ในเนื้อฟิล์มกรองแสง จะมีวัสดุที่ใช้เพื่อป้องกันความร้อนและรังสียูวี โดยใช้เทคโนโลยี ในการผลิตเป็นชิ้นๆ ผสานด้วยกาวพิเศษเพื่อการยึดเกาะได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว จึงเหมาะที่จะนำไปเป็น ฟิล์มอาคาร ฟิล์มคอนโด ฟิล์มโรงแรม ฟิล์มรีสอร์ท ฟิล์มสำนักงาน ฟิล์มที่พักอาศัยและฟิล์มติดกระจกในสถานที่ต่างๆ

ค่า SC คือค่าที่จะบอกเราว่าวัสดุบังเงานั้นๆ มีผลทำให้อาคารได้รับรังสีความร้อนกี่ %  เช่น ถ้าค่า SC = 0.6 ก็แปลว่าวัสดุบังเงานั้น ปล่อยให้รังสีความร้อนผ่านเข้ามาในอาคารได้ถึง  60% นั่นเอง

Powered by MakeWebEasy.com